หลักการและเหตุผล 

               ประเทศไทยเวลานี้กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ภายในประเทศคือ วิกฤตการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะเดียวกัน ในสังคมยังปรากฏความขัดแย้งในหมู่ประชาชนทุกระดับ และมักสะท้อนออกมาในการเมืองระดับชาติที่มีการแบ่งขั้วอำนาจออกเป็น 2 ขั้ว อย่างชัดเจน นับวันภาพความขัดแย้งนี้ยิ่งจะรุนแรงมากขึ้น บั่นทอนพลังการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวรุดหน้าไป

               แม้วันนี้ภาคส่วนต่างๆในสังคมต่างเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทย แต่การปฏิรูปที่พูดคุยกันมักจะวนเวียนอยู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและกฎหมาย  จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาสังคมไทยแท้ที่จริงแล้วยังมีปัจจัยที่สำคัญอยู่ที่คนไทย ในด้านวิธีคิด ความรู้ความเข้าใจต่อสังคมท้องถิ่นและโลก ค่านิยม คุณธรรม ความรับผิดชอบ วิถีการบริโภค วัฒนธรรมของสังคมไทยที่เป็นแก่นของปัญหาที่ควรได้รับการใส่ใจและปฏิรูป เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ที่ซับซ้อน พลวัตและหลากหลาย

               สังคมยุคใหม่ของเราเป็นยุคโลกาภิวัตน์ ที่โลกที่มีหลายขั้วอำนาจ และสถานการณ์โลกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการรวมตัวกันในภูมิภาคเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ  ขณะที่ปัญหาหลายอย่างซึ่งเคยเป็นปัญหาในประเทศกลับขยายวงกว้างขึ้นเป็นปัญหาระหว่างประเทศ  อาทิ  ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ภัยพิบัติทางธรรมชาติ  โรคติดต่อ  อาชญากรรมข้ามชาติ  หรือแม้แต่ปัญหายาเสพติด  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

               

         

               เมื่อหันกลับมามองในเอเชีย เช่น จีนและอินเดีย ซึ่งมีบทบาทในภูมิภาคมากขึ้นตามลำดับ จึงมีการผนึกกำลังของอาเซียนที่ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 10 ประเทศ (บรูไนดารุสซาลาม, กัมพูชา, อินโดนิเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงค์โปร์, ไทย และเวียดนาม) ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นเป้าหมายด้านเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียน โดยมุ่งสร้างความเท่าเทียมในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียน และส่งเสริมการรวมกลุ่มอาเซียนเข้ากับประชาคมโลก เพื่อให้สมาชิกสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งปัญหาที่ท้าทายได้ดียิ่งขึ้น
                อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของโลกสู่ยุค ”บูรพาภิวัตน์” และการเปลี่ยนแปลงในประเทศที่จะเกิดตามอย่างรวดเร็วในหลายด้าน จะส่งผลให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ก็เผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมที่ประเทศเผชิญ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาในระยะต่อไปให้อยู่บนพื้นฐานศักยภาพของประเทศอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกโดยมีภูมิภาคเอเชียเป็นขั้วการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ มีการขยายตัวสูง พร้อมกับมีการรวมกลุ่มระหว่างประเทศต่าง ๆ และสร้างความร่วมมือทางการค้า การลงทุน และการเงินระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง ประกอบกับนโยบายเปิดรับการลงทุนจากทั่วโลกอย่างมหาศาล ล้วนเป็นโอกาสให้ประเทศไทยสามารถขยายการค้า การลงทุนในต่างประเทศ ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นมรดกโลก
                ยิ่งกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกสู่สังคมผู้สูงอายุ กระแสนิยมเอเชียและวัฒนธรรมตะวันออก รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีรายได้สูง ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสให้แก่ประเทศไทยในการขยายตลาดสินค้าบริการที่มีความสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถตอบสนองการสร้างสุนทรียภาพของการดำเนินชีวิต และรักษาสุขภาพ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎกติกาโลก ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบนหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้ประเทศไทยขับเคลื่อนประเด็นความโปร่งใส สิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาลและความเป็นธรรมในภาคส่วนต่าง ๆ ได้กว้างขวางมากขึ้น

               อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่สังคมแห่งอนาคต  ไทยยังขาดการเตรียมความพร้อมรับมือในเรื่องที่สำคัญที่มีลักษณะเชิงรุก และการรับมือกับสภาวการณ์ใหม่ของโลกได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งจะใช้สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้เป็นโอกาสและเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยและคนไทยอย่างไร ที่จะสามารถก้าวข้ามกับดักการพัฒนาและความขัดแย้งภายในสังคม  ซึ่งสังคมไทยวันนี้มิอาจปฏิเสธการปฏิรูป และจำต้องมีกลไกกระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รูปแบบการดำเนินงานของคลังปัญญาที่มีความเป็นอิสระคล่องตัว ศึกษารวบรวมแนวคิด ปรัชญาและฐานความรู้ มาเป็นแกนชี้นำ และเปิดเวทีรับฟัง พูดคุย แลกเปลี่ยน ให้ฝ่ายต่างๆ ทั้งจากนักคิด ผู้นำ ผู้บริหาร ทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่ หันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน น่าจะเป็นโอกาสที่ช่วยลดช่องว่างทางความคิดและก่อให้เกิดเป็นพลังปัญญาในการร่วมอภิวัฒน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ได้อีกหนทางหนึ่ง

         

วัตถุประสงค์ 

  1. เพื่อศึกษาทบทวน รวบรวม สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ชี้นำแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมีสุขภาวะ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคบูรพาภิวัตน์
  2. เพื่อหนุนเสริมพลังความคิดและความรู้ทางวิชาการระหว่างสถาบันทางวิชาการต่างๆในประเทศ ด้วยการประสานความรู้ให้เกิดการแลกเปลี่ยนและสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงศึกษาต่อย่อยประเด็นวิชาการเพื่อการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์
  3. เพื่อให้เป็นแหล่งรวมนักคิด นักยุทธศาสตร์ นักวิชาการ และผู้นำที่มีประสบการณ์ ร่วมระดมความคิดหาทางออกและชี้แนะแนวทางยุทธศาสตร์เพื่ออภิวัตน์ประเทศไทย
  4. เพื่อเปิดพื้นที่ทางความคิดและเชื่อมโยงศักยภาพภาคีต่างๆ และคนต่างรุ่น ได้มีโอกาสมาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดอย่างสร้างสรรค์ เสนอทางเลือกเพื่อการพัฒนาและการสร้างคนไทยรุ่นใหม่สำหรับสังคมอนาคต
  5. เพื่อให้มีการสื่อสารความรู้จากนักคิด นักยุทธศาสตร์ และนักวิชาการ ผ่านช่องทางสื่อสารสาธารณะที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และให้สาธารณะสามารถเข้าถึงเพื่อสร้างการเรียนรู้กับสังคมในวงกว้าง